| อตฺตาหิ อตฺตาโน นาโถ |
|
อตฺตาหิ อตฺตาโน นาโถ (ตนเป็นที่พึ่งของตน)
“ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” คำสุภาษิตนี้เป็นคำกล่าวที่ดีมากทีเดียว มนุษย์เราทุกคนควรจะช่วยตัวเอง ถ้าหากมนุษย์ทุกคนช่วยตนเองแล้ว เราคงจะไม่มีขอทาน (ที่ช่วยตัวเองไม่ได้แต่ไม่อยากทำงาน ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงผู้ที่ไม่มีร่างกายสมประกอบ) หรือคนเกียจคร้านเป็นแน่ แต่ทุกวันนี้เราจะมองเห็นว่ามีคนเป็นจำนวนไม่น้อยเลยที่ไม่เชื่อสุภาษิตนี้ ดังนั้นเราจึงเห็นคนที่มีมือมีสมบูรณ์ทุกประการแต่ก็ยังเป็นขอทานและเป็นดาว ไถอยู่เรื่อย
สิ่งแรกที่มนุษย์เราควรจะทำคือ ช่วยตัวเองก่อน ก่อนที่เราจะขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น ตัวอย่างที่เราสามารถช่วยตัวเองได้เช่น การทำมาหากิน เรามีมือมีเท้าเหมือนกับคนอื่นๆเขา ดังนั้นเราควรจะพยายามหาเงินเลี้ยงชีพและครอบของเรา พระคัมภีร์สอนว่า คนใดขี้เกียจก็อย่าให้เขากิน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้เราควรจะกระทำเอง ไม่ควรจะเป็นภาระแก่ผู้อื่น
อย่างไรก็ตาม มีบางสิ่งที่บางคนไม่สามารถกระทำเองได้ เช่นคนตาบอดจะให้เขามองเห็นอย่างไรได้ จริงอยู่ที่คนตาบอดอาจจะสามารถไปไหนมาไหนได้ด้วยไม้เท้า แต่เขาก็ยังไม่สามารถมองเห็นได้ ดังนั้นหลายสิ่งหลายอย่างคนตาบอดต้องพึ่งคนตาดี หรืออีกตัวอย่างหนึ่งเช่น ถ้าคุณป่วยเป็นโรคมะเร็ง คุณจำเป็นต้องพึ่งหมอให้ช่วย แต่สิ่งที่คุณทำได้คือไปหาหมอ แต่ถึงแม้ว่าคุณจะไปหาหมอคุณก็ยังไม่สามารถรักษาตัวคุณเองให้หายได้ คุณจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือจากคุณหมอ ตัวอย่างที่กล่าวมาแล้วนี้ชี้ให้เห็นว่า มีหลายสิ่งที่เราช่วยตัวเองได้ แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางสิ่งที่เราช่วยตัวเองไม่ได้ และจำเป็นที่ผู้อื่นต้องช่วยเหลือเรา
มีอยู่สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดที่มนุษย์เราจำเป็นต้องพึ่งผู้อื่นให้ช่วยเรา นั่นคือ การรอดจากบาป ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะช่วยตัวเองให้รอดจากบาปได้ เราทุกคนทำบาปด้วยกันทั้งนั้น เราอาจจะไม่เคยฆ่าคน แต่เราอาจจะเคยโกง โกหก รับสินบน ล่วงประเวณีและกระทำความชั่วอื่นๆอีกหลายอย่าง เมื่อเราทำบาปไปแล้ว ทำอย่างไรเราถึงจะรอดจากการรับโทษกรรมนั่น?
บางคนแนะนำว่า กระทำความดีซิ การทำดีนั้นเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง แต่ปัญหามีอยู่ว่า เราจะกระทำดีตลอดชีวิตและไม่ทำชั่วอีกเลยได้ไหม? คำตอบก็คือ เป็นไปไม่ได้ มนุษย์เรากระทำบาปด้วยกันทุกคนและทุกวันก็ว่าได้ ถ้าไม่ใช่ทางกาย วาจาก็อาจจะเป็นทางใจ ใครเล่าที่สามารถจะดำเนินชีวิตโดยปราศจากการกระทำบาปจนิถึงวันตายของเขาได้ ไม่แต่เพียงเท่านั้น ถ้าคุณตัดสินใจเลิกทำบาปเมื่ออายุ 30 ปี และสามารถกระทำดีตลอดจนวันที่คุณจากโลกนี้ไป ปัญหาที่ต้องถามอีกก็คือว่า บาปเก่าๆที่คุณได้ทำมาตั้งแต่เล็กจนกระทั่งอายุ 30 ปีล่ะ ซึ่งเป็นความบาปไม่ใช่น้อยเลย ใครจะช่วยให้คุณหลุดพ้นจากการรับโทษความบาปในอดีตเหล่านั้น?
เมื่อเราพูดถึงความบาป เราจำเป็นต้องมีผู้ช่วยเรา ลำพังตัวเราเอง เราไม่สามารถจะกระทำได้เหมือนกับคนที่เป็นโรคมะเร็ง เราต้องพึ่งหมอให้ช่วยรักษา แต่สิ่งที่เราทำได้คือ เราต้องตัดสินใจมาหาหมอก่อน
พระเยซูกล่าวว่าพระองค์เป็นแพทย์พิเศษที่รักษาโรคบาป พระองค์รักษาให้หายได้ถ้าเรายอมมาหาพระองค์ พระองค์มียาขนานพิเศษที่จะช่วยเราให้หายจากโรคบาปได้ ท่านอยากได้ยานี้ไหม? ไม่ใช่ยากินและไม่ใช่ยาฉีด แต่เป็นยาทางจิตวิญญาณ
ท่านอ่านมาถึงนี้แล้ว ท่านคงจะเกิดความสงสัย โปรดติดต่อกับทางเราตามอีเมล์ของเว็บไซด์นี้ เราจะรู้สึกยินดีที่จะมีโอกาสรับใช้ท่านและพร้อมที่จะอธิบายเพิ่มเติมให้แก่ ท่าน
โดย...วีรศักดิ์ วรฤทธิ์สกุล |














